วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

............................TOURIST IN JAPAN.................................






                 สวัสดีค่ะสำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่มีอยู่มากมายหลายที่ นับกันไม่หวาดไม่ไหว แล้วไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดี เราขอพามาดู 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ใครที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ควรพลาดนะคะ




1. Hitachi Seaside Park 




                   Hitachi Seaside Park รู้จักกันดีในชื่อ “Baby Blue Eyes” เป็นสวนที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่นบนเนินเขา Miharashi มีขนาดกว่า 190 เฮกเตอร์ ดอกไม้ที่ปลูกที่นี่มีความสวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะในแต่ละฤดูกาล ทางสวนจะมีการปลูกดอกไม้ที่แตกต่างกันออกไป ไฮไลท์คือการมาถึงเนินเขาที่เต็มไปด้วย ดอก“Nemophilia” ซึ่งเป็นดอกไม้สีฟ้าขนาดเล็กสวยเหมือนในนิทาน 4.5 ล้านดอกเรียงๆ กันอย่างอลังการ

ที่ตั้ง:                605-4 Onuma-aza, Mawatari, Hitachinaka, Ibaraki, Japan

เวลาเปิด-ปิด:   ปิดวันจันทร์ ยกเว้นวันจันทร์ที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเปลี่ยนไปหยุดวันอังคารแทน
                        1 มี.ค. – 20 ก.ค. และ 1 ก.ย. – 31 ต.ค. เวลา 09:30 – 17:00 น.
                        21 ก.ค. – 31 ส.ค. เวลา เวลา 09:30-18:00 น.
                        1 พ.ย. – ปลายเดือน ก.พ. เวลา 09:30 – 16:30 น.
ค่าเข้าชม:       410 เยน
การเดินทาง:   จากตัวเมือง Mito เมืองหลักของจังหวัด Ibaraki นั่งรถไฟ JR ที่สถานี Mito ไปลงสถานี Katsuta จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นสาย Hitachinaka Seaside ไปลงสถานี Ajigaura แล้วเรียกแท็กซี่ไปประมาณ 10 นาที หรือจากสถานี Katsuta ให้นั่งรถบัส Ibaraki kotsu Bus ไปประมาณ 15 นาที

วิดีโอตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวสวนฮิตาชิ ซีไซด์




2. Mt. Fuji 




               ภูเขาฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นและอาจกล่าวได้ว่าเป็นภูเขาที่สวยที่สุดในโลก มีความสูงถึง 3,776 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยะมะนะชิและชิซุโอะกะ และสามารถมองเห็นได้จากโตเกียวและโยโกฮาม่าในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง วิธีที่จะได้เห็นภูเขาฟูจิที่ง่ายที่สุด คือ นั่งชมจากรถไฟสายโทไกโดที่วิ่งระหว่างเมืองโตเกียวและโอซาก้า ถ้าคุณนั่งชินกันเซ็นจากโตเกียวที่มุ่งหน้าไปยังนาโงย่า เกียวโต และโอซาก้า ช่วงที่จะได้เห็นภูเขาฟูจิ คือ ช่วงสถานีชิน-ฟูจิ หรือประมาณ 40-45 นาที หลังจากออกจากโตเกียว ซึ่งจะมองเห็นได้ทางด้านขวามือของรถไฟ แต่สำหรับผู้ที่อยากชมภูเขาฟูจิอย่างเต็มอิ่ม และแวดล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามขอเชิญที่ ทะเลสาบทั้งห้า (Fuji Five Lake or Fujigoko)หรือที่ ฮะโกะเนะ ซึ่งเป็นรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนและเป็นหนึ่งใน อุทยานแห่งชาติ Fuji-Hakone-Izu

ที่ตั้ง:               ตั้งอยู่บริเวณชิซุโอะกะและยะมะนะชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของโตเกียว

เวลาบริการ:    วันธรรมดา 9:00 - 17:00, วันเสาร์ 9:00 - 20:00 
                       วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ  9:00 - 18:00

ค่าเข้าชม:       ฟรีพาส ผู้ใหญ่ 4800 เยน เด็กมัธยม 4300 เยน เด็ก 3500 เยน

การเดินทาง:   นั่งรถไฟด่วนพิเศษ สายชูโอฮอนเซน จากสถานีรถไฟเจอาร์ชินจูกุ 60 นาที ลงที่สถานีเจอาร์โอซึกิ และต่อรถไฟสายฟูจิคิวโค 50 นาที ลงที่สถานีฟูจิคิวไฮแลนด์

วิดีโอตัวอย่างภูเขาฟูจิ





3. Mt. Daisen 



                ภูเขาไดเซนเป็นภูเขาไฟที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลครอบคลุมภูมิประเทศทางทิศตะวันตกของจังหวัดต็อตโตริ(Tottori) ส่วนหนึ่งของภูเขาไดเซน เป็นอุทยานแห่งชาติไดเซน-โอกิ (Daisen-Oki National Park) สูงถึง 1,729 เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku) และรวมอยู่ใน100 อันดับภูเขาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นอีกด้วย ภูเขาไฟไดเซนไม่มีการปะทุขึ้นเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นภูเขาไฟที่โดดเด่นที่สุด ถือเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณ และศูนย์กลางของการบูชาภูเขา มาเป็นเวลานาน

ที่อยู่:                 40-33, Daisen-Cho, Shihaku, Tottori, Japan

ค่าเข้าชม:          600 เยน

เวลาเปิด-ปิด:     9:00-16:30

วันปิดทำการ:    เปิดทุกวัน

การเดินทาง:      สามารถเดินทางไปยังภูเขาไดเซน(Mount Daisen) โดยผ่านทางเมืองโยนาโก (Yonago) โดยสารรถบัสจากสถานีโยนาโก(Yonago Station) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่าย 720 เยน แต่มีรถบัสไม่มากนัก
              หรือโดยสารรถบัสจากสถานีไดเซนกูจิ(Daisen-guchi Station) ลงที่วัดไดเซนจิ (Daisenji Temple) ใช้เวลา 30 นาที ค่าใช้จ่าย 480 เยน 
              สถานีไดเซนกูจิ กับสถานีโยนาโก เชื่อมต่อกันด้วยรถไฟ JR Sanin Line ใช้เวลา 20นาที ค่าใช้จ่าย 240 เยน รถไฟจะออกทุกๆ 1-2 ชั่วโมง                                                             

วิดีโอตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวภูเขาไดเซน




4. Matsumoto Castle



                ปราสาทมัตสึโมโตะ(Matsumoto Castle) เป็น 1 ใน 12 ปราสาทดั้งเดิมที่ยังคงสภาพสมบูรณ์และสวยงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น  (สร้างขึ้นในปี 1592-1614) เนื่องจากสร้างอยู่บนพื้นที่ราบ ในภาษาญี่ปุ่นจึงเรียกว่า ฮิราจิโระ(Hirajiro) ปราสาทแห่งนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่มีหอคอยและป้อมปืนเชื่อมต่อกับโครงสร้างอาคารหลัก และด้วยสีโทนมืดทำให้เกิดความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่และสุขุม จนได้รับฉายาว่าปราสาทอีกา(Fugashi-Jo) ภายในตกแต่งด้วยไม้ จุดที่น่าสนใจ ได้แก่ บันไดไม้สูงชัน ช่องเก็บหินสำหรับโจมตีศัตรู ช่องสำหรับธนู และหอสังเกตการณ์บนชั้น ฤดูใบไม้ผลิประมาณกลางเดือนเมษายนของทุกปี ปราสาทมัตสึโมโตะจะเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมแห่งหนึ่ง ผู้คนจำนวนมากต่างมาเดินเล่นในสวนหย่อม และรอบๆปราสาท ซึ่งคูเมืองด้านนอกปลูกต้นซากุระสายพันธุ์โซเม โยชิโนะ(somei yoshino)ไว้หลายร้อยต้น

ที่ตั้ง:                 4-1 Marunouchi, Matsumoto, Nagano, Japan

ค่าเข้าชม:         610 เยน

เวลาเปิด-ปิด:    8:30-17:00 (ในช่วงวันโอบง 13-15 ก.ค. และgolden week ปิด 18:00)

วันปิดทำการ:    วันที่ 29 ธันวาคม – 3 มกราคม

การเดินทาง:     จากสถานี JR Matsumoto Station เดินไปประมาณ 15 นาที 
                         หรือนั่งรถบัส Town Sneaker Northern course bus loop line ไปประมาณ นาที

วิดีโอตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวปราสาทมัตสึโมโตะ





5. Tokyo Imperial Palace




                 พระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล(Tokyo Imperial Palace) นั้นตั้งอยู่บนที่ที่เคยเป็นปราสาท    เอโดะในสมัยก่อน ในปัจจุบันเป็นอยู่ประทับของราชวงศ์ญี่ปุ่น โดยรอบพระราชวังเป็นพื้นที่ของสวนขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยคูเมืองและกำแพงหิน พระราชวังตั้งอยู่ใกล้กับสวนอิมพีเรียลเกียวโต ซึ่งเป็นสวนขนาดใหญ่ใจกลางเมือง นอกจากนั้นยังตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวังเซ็นโตและแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอื่นๆอีกหลายแห่ง ทำให้บริเวณนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก

ที่ตั้ง:                 เขตชิโยดะ, โตเกียว

เวลาเปิด-ปิด:    จุดชมสะพานตลอด 24 ชม. / สวน Imperial Palace East Gardens > 09.00-16.00 น. (เวลาโดยเฉลี่ย / โปรเช็คเวลาละเอียดในแต่ละเดือนอีกครั้ง), หยุดวันจันทร์ และศุกร์

การเดินทาง:     เดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดินให้ขึ้นรถไฟใต้ดินสายคาราสุมะ (Karasuma Subway Line) ลงที่สถานีมาเดะกาว่า (Imadegawa Station) หรือ สถานีมารุตามาชิ (Marutamachi) เดินไปที่พระราชวังเกียวโตอิมพีเรียล

วิดีโอตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวพระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล





6. Himeji Castle 




              ปราสาทฮิเมะจินั้นมีประวัติศาสตร์ก่อตั้งกว่า 400 ปี ซึ่งนับเป็นปราสาทที่คงสภาพเดิมที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเป็นครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่นในปี 1993 ความสง่างามของปราสาทได้รับขนานนามว่า ปราสาทนกกระยางขาวอีกด้วย นอกจากนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระจำนวนกว่า 1,000 ต้นภายในปราสาทจะบานสะพรั่ง และจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาชมดอกไม้

ที่ตั้ง:               68 Honmachi, Himeji, Hyogo, Japan

ค่าเข้าชม:       600 เยน

เวลาเปิด-ปิด:   วันที่ 1 กันยายน - 26 เมษายน / 9:00-16:00 (ปิดประตูเวลา 17:00) 
                        วันที่ 27 เมษายน - 31 สิงหาคม / 9:00-17:00 (ปิดประตูเวลา 18:00)

วันปิดทำการ:   ปิดวันที่ 29 - 30 ธันวาคม

 การเดินทาง:   รถไฟ เดินจากสถานีรถไฟ JRหรือซันโย ฮิเมจิ 15 นาที

                        รถบัส ลงรถที่ป้าย ฮิเมจิโจโอเทะมาเอะแล้วเดิน 5 นาที

วิดีโอตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวปราสาทฮิเมะจิ




7. Todaiji Temple




               วัดโทไดจิ (Todaiji Temple) วัดพุทธที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของเมืองนารา ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับศาลเจ้าและสถานที่สำคัญของเมืองนาราอีก 7 แห่ง ภายในวัดมี หอไดบุทสึ (Daibutsuden) หรือวิหารไม้ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุทสึหล่อสำริดขนาดใหญ่ สูง 14.98 เมตร น้ำหนักราว 500 ตัน หล่อโดยช่างสมัยเท็มเปียว 

ที่ตั้ง:            เมืองนารา

ค่าเข้าชม:    500 เยน

เวลาเปิด-ปิด:   8:00 - 16:30 น. (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์)
                        8:00 - 17:00 น. (มีนาคม)
                        7:30 - 17:30 น. (เมษายน - กันยายน)
                        7:30 - 17:00 น. (ตุลาคม)

วันปิดทำการ:   เปิดทุกวัน

การเดินทาง:    เดิน 30 นาที จาก Kintetsu Nara Station
                        เดิน 45 นาที จาก JR Nara Station
                        เดิน 5-10 นาที จาก Todaiji Daibutsuden Bus Stop

วิดีโอตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยววัดไดจิ




8. Lake Toya 



                 ทะเลสาบโทยะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่รูปวงกลม มีเส้นรอบวงยาวประมาณ 40 กิโลเมตรเลยทีเดียว เกิดจากปากปล่องภูเขาไฟค่ะ และความพิเศษตรงที่น้ำจะไม่แข็งตัวในช่วงฤดูหนาว ในหน้าร้อนอากาศก็เย็นสบายเหมาะสำหรับเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือล่องเรืออีกด้วย นอกจากนี้กลางทะเลสาบมีเกาะเล็กๆอยู่ตรงกลาง คือ เกาะ Nakajima ซึ่งสามารถลงไปเดินเล่นได้


ที่ตั้ง:         Shikotsu-Toya Nation Park, Toyako, Hokkaido, Japan

การเดินทาง:    จาก JR Toya Station โดยสารรถบัสไปยังทายาโกะออนเซ็น(Toyako Onsen) ใช้เวลา 15 นาที ค่าใช้จ่าย 330 เยน บัสออกทุกๆ 1 ชั่วโมง 

                        จาก Sapporo โดยสารรถบัสตรงไปยังทายาโกะออนเซ็น(Toyako Onsen)ก็ได้เช่นกัน

วิดีโอตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวทะเลสาบโทยะ





9. Nachi Fall  



    น้ำตกนาชิ (Nachi Fall) เป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 133 เมตร ถือเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น บริเวณน้ำตกมีศาลเจ้าคุมาโนะ นาชิ(Kumano Nachi Taisha) และวัดเซงันโทะจิ (Seiganto-ji) มีเจดีย์แดงสูง 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นของเจดีย์จะสามารถมองเห็นน้ำตกได้อย่างชัดเจน

ที่ตั้ง:        ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดวากายาม่า(Wakayama)

เวลาเปิด-ปิด:  เปิดตั้งแต่เวลา 06.00 - 17.00 น. จุดชมวิวจะเปิดให้บริการเวลา 08.00 - 16.30 น.

การเดินทาง:   เดินทางโดยรถไฟหรือรถบัส ให้ขึ้นรถบัสประจำทาง Kumanokotsu ที่มุ่งหน้าไปยัง Nachi-san-yuki ที่สถานี JR Kiikatsuura Station ของรถไฟ JR West สาย Kii Main Line ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจากป้ายรถบัส Nachi-no-taki-mae
                     
                       เดินทางโดยรถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงสาย 42 และถนนท้องถิ่น ที่นี่มีที่จอดรถที่ต้องจ่าย ค่าบริการ คุณต้องเดินจากลานจอดรถไปยังน้ำตก แนะนำให้ชมวิวของน้ำตกที่จุดชมวิวที่อยู่ภายในศาลเจ้า Hirui-jinja ซึ่งคุณจะเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปกับกระแสน้ำในอ่างน้ำของน้ำตก ค่าเข้าชม 300 เยนต่อคน ศาลเจ้า Hiryu-jinja

วิดีโอตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวน้ำตกนาชิ








10. Tokyo Tower





               โตเกียว ทาวเวอร์ (Tokyo Tower )หอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเพราะใน 1 ปี มีผู้ร่วมเข้าชมถึง 2 ล้าน 5 คน อีกทั้งยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงอำนาจและอิทธิพลทางเศรษฐกิจของโลก เป็นที่ถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ วิทยุ ซึ่งที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากหอคอยสูงในปารีส สร้างในสไตล์สถาปัตยกรรมโบราณแบบญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปชมวิวด้านบนอีกด้วย ระดับความสูงของจุดชมวิวมี 2 ชั้นคือ 150 เมตร และ 250 เมตร สามารถซื้อตั๋วได้ที่ชั้น 1 ของอาคารได้เลย โดยใกล้ๆยังมีจุดขายของที่ระลึกไว้บริการด้วย

ที่ตั้ง:                ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว

ค่าเข้าชม:        Main observatory: 900 เยน
                        Special observatory: 1600 เยน

เวลาเปิด-ปิด:   Main observatory: 9:00 - 22:00 น.                      

                        Special observatory: 9:00 - 21:30 น.


วันปิดทำการ:   เปิดทุกวัน

การเดินทาง:    เดิน 10 นาที จาก Akabanebashi Station

วิดีโอตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวโตเกียว ทาวเวอร์